การแช่แข็งแบบผลึกแก้ว Vitrification

ปัจจุบันนี้แพทย์ส่วนใหญ่มักจะเลือกวิธีการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว(Vitrification) ในการแช่แข็งตัวอ่อน ไข่ และอสุจิ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นมักจะเลือกวิธีการแช่แข็งแบบช้า(Slow method)หรือใช้วิธี การแช่แข็งแบบอัลตร้าแรพพิด (Ultrarapid method)ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว

 

ถึงแม้ว่าการแช่แข็งแบบอัลตร้าแรพพิดจะมีมานานหลายปี แต่อัตราความสำเร็จนั้นถือว่ายังน้อยกว่าการแช่แข็งแบบช้า ในขณะที่การแช่แข็งแบบผลึกแก้วนั้นเป็นวิธีการแช่แข็งที่มีความก้าวหน้าที่สุด มีความน่าเชื่อถือและใช้ได้จริง

 

หลักการของการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว

 

อธิบายอย่างง่ายคือ การแช่แข็งแบบผลึกแก้วนั้นเป็นการแช่แข็งโดยลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดผลึกน้ำแข็งในเซลล์ระหว่างกระบวนการแช่แข็ง

 

การแช่แข็งแบบผลึกแก้วของตัวอ่อนและไข่ ใช้น้ำยาแช่ (CRYOPROTECTANT)ที่มีความเข้มข้นสูง ขั้นแรกนำตัวอ่อนหรือไข่ใส่ลงในน้ำยาที่มีน้ำตาลและโปรตีนความเข้มข้นต่ำ หลังจากนั้นวางในสารละลายที่มีความเข้มข้นสูง หลังจากนั้นนำไปใส่ในไนโตรเจนเหลวและแช่แข็งทันที ส่วนที่เป็นน้ำในเซลล์จะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นกระจกอย่างรวดเร็ว และไม่เกิดเป็นผลึกน้ำแข็ง ดังนั้นจึงไม่เกิดการทำลายเซลล์

 

น้ำยาแช่ตัวอ่อนมีความเป็นพิษ ดังนั้นจะต้องอาศัยนักวิทยาศาสตร์ผู้ชำนาญการเลี้ยงตัวอ่อนที่มีความเชี่ยวชาญสูง จึงจะทำให้การแช่แข็งแบบผลึกแก้วประสบความสำเร็จ เทคนิคพิเศษนั้นครอบคลุมถึง การลดปริมาณของสารต้านการแข็งตัวรอบๆตัวอ่อนหรือไข่ ใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อลดความร้อน จะช่วยลดการเกิดผลึกภายในเซลล์ ในขณะเดียวกันการละลายนั้นจะต้องเพิ่มอุณภูมิอย่างรวดเร็ว ต้องใช้ความรวดเร็วในการละลาย,เจือจางและล้างทั้งตัวอ่อนหรือไข่จากนั้นนำเก็บไว้ในตู้เลี้ยงตัวอ่อน และดูแลต่อไป

 

อัตราความสำเร็จ

 

จากสถิติแสดงให้เห็นว่า ไข่หรือตัวอ่อนที่ผ่านการแช่แข็งแบบผลึกแก้ว เมื่อเปรียบเทียบกับไข่หรือตัวอ่อนที่ไม่ผ่านการแช่แข็งนั้น มีอัตราการมีชีวิต การฝังตัว และการตั้งครรภ์ ไม่แตกต่างกันเท่าไร เมื่อละลายไข่แล้วยังสามารถนำไปทำอิ๊กซี่(ICSI)ซึ่งคือการที่นำอสุจิฉีดเข้าในเซลล์ไข่เพื่อปฏิสนธิได้ด้วย ด้วยความที่ไม่ต่างกันมากนี้ จึงไม่จำเป็นต้องใส่ตัวอ่อนหลายตัวในการทำ IVFและตัวอ่อนที่เหลือที่แช่แข็งไว้สามารถเก็บไว้ใช้ได้ในอนาคต